?

Log in

No account? Create an account

Previous Entry | Next Entry

Fiction : "If no us tomorrow..." {MinJae}


Fiction : "If no us tomorrow..."
Pairing : MinJae
Authour's note :
เรื่องนี้เป็นฟิคที่แต่งได้ลวกมากๆ ไม่ใช่ว่าไม่ตั้งใจ แต่ว่าแต่งไร้พลอตจริงๆ แต่กันสดๆ ก็ดูกันไปว่ามันจะไหลไปทางไหนดี เอิ้กกกก





...INTRO...



It's okay if you really want to go.... I gonna be ok, and I try to tell you, I'm fine...

Please believe me this time... You see?  I'm smiling to you, my love.



But 


hiding my tears inside.... deep inside....

Please... GO and LEAVE me here... Baby, I'm fine.




ฝนตกแรงขึ้นอีก...

กริ่งดังบอกเวลาเลิกเรียนไปนานแล้ว
แต่ผมยังยืนแหงนหน้าเอี้ยวตัวไปมา สังเกตุอารมณ์ของฟ้าอยู่ใต้ตึกเรียนที่เดิ
ดูจากท่าทีของสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแล้ว... ฝนคงไม่ซาลงง่ายนัก
ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่... เพราะอีกไม่นานก็ถึงเวลานัดแล้ว


ผมไม่อยากสายเลย



เสียงจอแจของใครต่อใครค่อยๆ เลือนหายไป ตรงข้ามกับห่าฝนที่สาดตัวแรงขึ้น
ผมได้แต่ยืนกอดอก ทำหน้ามุ่ย ก้มมองที่นาฬิกาที่ข้อมืออีกครั้ง...
นัดสำคัญที่ผมรอมาทั้งสัปดาห์... ผมอาจต้องไปผิดเวลาหรือนี่???


ผมแหย่เท้าออกไปนอกชานอาคาร หยดน้ำถี่หนาตกลงกระทบกางเกงผ้าเนื้อดีเสียจนเกือบชุ่ม
ผมยืนทิ้งเวลาชั่วอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจวิ่งฝ่าออกไปทั้งอย่างนั้น
ถึงจะเปียกปอนไปทั้งตัว... แต่มันก็คุ้มนี่น่า


อย่างที่คิด.. สภาพของผมตอนนี้มะล่อกมะแล่กเต็มที
หยาดน้ำเกาะตามกลุ่มผมหยักศก และหนักพอที่จะทำให้ผมตัดสั้นของผมลู่เรียบลงกับดวงหน้า
จริงๆ แล้วที่หมายมันอยู่ไม่ไกลนัก ปกติแค่วิ่งไปเดินไปสักห้านาทีก็ถึง
แต่ด้วยสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยเยี่ยงนี้ประกอบกับเสียเวลายืนรอฟ้าฝนเป็นใจอยู่... ก็เลยเสียเวลาไปเยอะเชียว


ยังไงๆ ซะผมก็มาถึงจนได้ละน้าาาา...




สองตาคมเรียวของผมกวาดมองทั่ว... หัวใจผมตกวูบลงไปกองตรงฝ่าเท้า
ตลอดทางที่วิ่งมา ผมก็แอบคิดอยู่ว่า... ถ้าคนคนนั้นไม่รอผม ผมจะทำยังไง?

ถึงตอนนี้ผมเองก็จำไม่ได้แล้วว่าผมคิดจะทำยังไงในสถานการณ์เช่นนี้
ผมรู้เพียงแค่ว่า... ผม.. ผม...

ให้ตายซิ!! ผมบรรยายความรู้สึกวินาทีนี้ไม่ได้เลยจริง





"ชางมิน"



เสียงเรียกด้วยน้ำเสียงที่ผมคุ้นเคยดังขึ้
ผมหันหลังกลับ.. คนคนนั้นกางร่มเผื่อให้ผมอยู่ตรงหน้านี้แล้ว
ผมหลบตาเขาโดยอัตโนมัติ มีไม่กี่ครั้งหรอกที่ผมอาจหาญพอที่จะสบตาเขาตรงๆ

จนบัดนี้... ต่อให้ผมสอบได้ที่หนึ่งมาไม่รู้จะกี่ร้อยกี่พันครั้ง
ต่อให้ผมเก่งกาจแค่ไหน
ผมก็ยังพ่ายต่อสุ้มเสียงเรียบง่ายหากแต่อ่อนโยนนี้ไปซะทุกคราว





บรรยากาศในร้านกาแฟแห่งเดิมที่ผมเจอกับเขาอยู่บ่อยๆ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วยังคงเหมือนเดิม
ผมแอบสำรวจไปรอบๆ ร้าน ก่อนทิ้งสายตาให้กับรูปภาพฉลองวันเกิดของเขาที่แปะอยู่ตรงบอร์ดข้างผนังร้าน
ผมยังจำได้ดี... แม้มันจะผ่านมาเกือบปีแล้วก็ตาม

ไม่ใช่แค่เพราะผมได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่เขาเชิญมา

แต่เป็นเพราะผม...



"ร้านนี้ไม่เปลี่ยนเลยนะ"

เขาชิงพูดขัดความคิดของผมที่ลอยเตลิดเปิดเปิงไปขึ้นมา
ผมบังคับตัวเองให้ดึงสติกลับมาอยู่กับโลกปัจจุบันอีกครั้ง
รอยยิ้มใจดีส่งมอบมาให้อย่างเคย...
เป็นอีกหนที่ผมแทบจะหยุดหายใจ นานเท่าไหร่อาการตื่นเต้นแบบนี้ก็ไม่หายไปเสียที

รอยยิ้มที่ผมเห็นในวันนี้ไม่ต่างไปจากวันก่อนๆ
จนผมเกือบหลุดปากพูดออกไปว่า... พี่เองก็ยังงดงามไม่เปลี่ยนเหมือนกัน



"ผมมาประจำ หลังจากที่พี่ไม่อยู่ที่นี่แล้ว"
เขาทำหน้าฉงน จนผมต้องแปลกใจตามไปด้วย มันมีอะไรน่าแปลกใจหรือ?
แต่เขากลับตอบแค่คำสั้นๆ หลังจากทิ้งช่วงอยู่ครู่หนึ่ง
"หรอ..."


ผมไม่รู้ว่าต้องพยักหน้าตอบไหม แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ใส่ใจนัก ผมจึงก้มหน้าดูเมนูต่อ
ทั้งๆ ที่ผมมีออร์เดอร์อยู่ในใจอยู่แล้วล่ะ


"เอ่อ ชางมิน..."
ผมเงยหน้าขึ้น คราวนี้คิ้วผมขมวดชัดขึ้นกว่าเดิม
อาจเพราะอาการสั่นๆ ของผมค่อยๆ ลดความรุนแรงลงแล้วก็เป็นได้
หรืออาจเป็นเพราะคนตรงหน้าทำตัวมีพิรุธเสียจนผมเก็บอาการงงงวยไม่ไหวแล้ว
"พี่เป็นอะไรมากไหม?  มีอะไรเหรอ?"


จู่ๆ คนที่วางท่าเก็กมาแต่แรก ก็หลุดขำออกมา ลมหายใจอุ่นพ่นฟู่ออกมาเสียเต็มแรง
ผมกลั้นหายใจเพราะไม่รู้จะตั้งรับกับท่าทีของพี่ชายคนนี้ยังไงดี
จนแล้วจนรอด ผมก็ถอนหายใจออกมาบ้าง ก่อนจะถามสีหน้าเคร่งเครียด
"ตกลง.. พี่ขำอะไรเนี่ยยย???"


"ฮ่าๆๆ ชางมิน ฮ่าๆ โอ้ยยย ตลกชะมัดเลย นี่นาย... นายทำตัวเหมือนนายไม่เปียกเลยนะ"
สิ้นคำ ผมก็ตวัดนึกได้ทันทีว่านอกจากจะเปียกแล้ว... ผมอาจจะดูแย่เอามากๆ เลยก็ได้


โอ้ยยยยย วันสำคัญแท้ๆ เชียว



"ก็ผมคิดแต่จะมาให้ตรงเวลา"
ผมแย้งกลับเสียงขุ่น ลืมตัวไปชั่วขณะว่าอีกฝ่ายอายุมากกว่าตั้งสองปี
แต่คนที่นัดผมมาวันนี้คงรู้ดีอยู่แล้วว่าผมไม่ได้โกรธ แต่ก็แค่ทำตัวขี้อ้อนขี้งอนไปอย่างนั้นแหล


ผมพูดพลางกวาดน้ำจากตัวลงไปนองกับพื้น
แล้วก็นึกขึ้นได้อีกหนว่า...ที่นี่ไม่ใช่บ้าน


ผมเหลียวไปมองพนักงานในร้าน ก่อนหันกลับมาทำหน้าแหยๆ ใส่คนที่นั่งตรงข้ามกัน
เสียงลมพรืดเบาๆ ออกจากจมูกสวย ทำให้ผมอดหัวเราะตัวเองไม่ได้
แต่แล้วคำพูดต่อจากนี้...กลับทำผมหัวเราะไม่ออกเลยทีเดียว


"พี่ว่า.. เราแวะไปอพาร์ทเม้นท์ของพี่ก่อนเถอะ เดี๋ยวจะเป็นหวัด"
ผมนั่งตาค้าง ระบบทางเดินหายใจหยุดทำงานอีกครั้ง
แต่ก็เป็นช่วงเวลาแค่อึดใจเดียว ก่อนที่อีกฝ่ายจะจับพิรุธได้...ผมก็ก้มลงพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตกลง


ผมเดินตามเขาออกไป แผ่นหลังเหมือนจะกว้างขึ้นจากเดิม
แม้ความสูงดูจะไม่เพิ่มขึ้น แต่เหมือนว่าความเพอร์เฟ็คของคนคนนี้ไม่ได้หยุดลงตามไปด้วย
ผมเหล่มองเงาที่สะท้อนบนตัวกระจกของร้าน... ผมสูงกว่าเขาเยอะทีเดียว


เขาโค้งให้พนักงานหญิงเมื่อผลักบานประตูออกเป็นเชิงขอโทษที่ต้องไปโดยไม่ทันได้สั่งอาหาร
ส่วนผมก็ทำตาม... แทนคำขอโทษที่ทำให้พื้นเปียกไปหมด -*-



รถยนตร์คันสวยแล่นไปตามท้องถนน วิวรอบข้างไม่ได้เชื้อเชิญให้ผมสนใจเท่าไหร่นัก
ผมก็ได้แต่.. ก้มหน้าดูสองมือที่บีบกันไปมา
คนคนนี้ทำให้ผมสูญเสียความมั่นใจไปเสียหมดชนิดไม่เหลือหลอ
สองหูปล่อยให้เสียงเพลงคลอฟังสบายไหลผ่านไปเรื่อยๆ
ดนตรีเบาๆ จังหวะนุ่มๆ เกือบทำให้ผมเคลื้มหลับหลายหน


จนเมื่อเวลาผ่านไป ผมเพิ่งเอะใจ...
คนข้างๆ ผมเอาแต่ขับรถท่าเดียวเลย



สุดท้ายผมก็หมอยหลับไปจนได้...



เสียงหวานๆ ปลุกผมจากภวังค์ฝัน
ผมสะลึมสะลือเดินลอยไปลอยมา ชนิดไม่สนใจว่าจะสร้างความลำบากให้คนคอยพยุงแค่ไหน
แต่เขาก็รู้วิธีทำให้ผมลืมตาตื่น ความง่วงถูกสลัดทิ้งจนสิ้น
แค่เขาพูดหยอกผมว่า...
"ถ้าเดินโงนไปเงนมาแบบนี้ คงต้องอุ้มแล้วล่ะมั้ง"


เขาหัวเราะออกมาก้องลิฟท์กับท่าทางเต็มตื่นทันทีของผม
แต่ผมกลับหัวเราะไม่ออก...
ผมยืนพิงฝาของกล่องสี่เหลี่ยมทรงสูง
สองตาผมจ้องมองที่ใบหน้าสวยนั่นผ่านกระจกตรงบานประตู
ทำยังไง ผมก็ไม่กล้าพอที่จะสำรวจดวงหน้าขาวละไมนั่นสักที



ประตูไม้หนาเปิดกว้างออก ห้องของคนที่ผม...อยากใกล้ชิดมาตลอดกำลังรอให้ผมเดินเข้าไป
มือเรียวของคนที่ยืนรอคอยดุนหลังผม เป็นสัญญาณให้ผมรีบๆ ย่างเท้าเข้าไปสักที
ผมสบตาแว่บนึง ก่อนจะปรี่ตรงเข้าไป

โซฟาของห้องรับรองสองสามตัวถูกเลือกมาด้วยสีที่เข้ากันกับผนังสีฟ้าอ่อน
ฟ้าครึ้มฝนของวันนี้ทำให้อากาศรอบข้างเบาบางและเย็นตัว
ม่านสีน้ำเงินเข้มกรองแสงที่มีอยู่น้อยนิดอยู่แล้วให้น้อยลงไปอีก...

ภายในห้องแสงสลัว...มีเพียงเราสองคน


เสื้อผ้าที่เคยหนักอึ่ง ตอนนี้แห้งขึ้นบ้างแล้ว
ผมมองอีกคนที่เดินฉับๆ หายเข้าไปในห้องที่ผมคิดว่าเป็นห้องนอน
ก่อนจะออกมาพร้อมกับผ้าคลุมอาบน้ำสีขาว


มันทำให้ผมตระหนักในใจ...ถึงจุดประสงค์ของการมาที่นี่


และมันทำให้ผมหวนนึกถึงเป้าหมายที่ผมต้องมาในวันนี้...
นายห้ามลืมเด็ดขาดนะ ชิมชางมิน...!!!




TBC...

.
.

.



‧::‧¸¸.·* *·.¸¸‧::‧‧::‧¸¸.·* *·.¸¸‧::‧‧::‧¸¸.·* *·.¸¸‧::‧‧::‧¸¸.·* *·.¸¸‧::‧‧::‧¸¸.·* *·.¸¸‧::‧‧::‧¸¸.·* ‧


Comments

( 3 comments — Leave a comment )
zacool_zaa
Sep. 28th, 2008 01:29 pm (UTC)
= =

หวังว่าคงไม่ค้างนะยะ


มาต่อด้วยยยยย


อ่านแล้ว...

รู้สึกถึง....


อารมณ์ชั่ววูบ...

จนเกิดฟิคเรื่องนี้มา


ฮ่าๆๆๆๆ
(Anonymous)
Sep. 30th, 2008 04:58 pm (UTC)
เจ๊ๆๆๆๆ ขอ ลิงค์ด้วย เนย์ทำมันหายอะ -*-

goong_innocent@hotmail.com
(Anonymous)
Oct. 1st, 2008 05:24 am (UTC)
โอ๊ย ๆ ๆ ๆ ตื่นเต้นง่ะ ไม่ได้อ่านฟิคน้องตาลนานมาก เป็นปลื้มมมมมมมม

อ่านแล้วรู้สึกได้เลยว่า ฟิคชั่ววูบ...จริง ๆ 5555+

ว่าแต่มินแจใช่มั้ยเนี่ย ไม่ใช่จุงชิมนะ จะได้จิ้นถูก กร๊ากกกกกก

( 3 comments — Leave a comment )